รำลึกโดย ปลา มุทิตา เชื้อชั่ง

ขอขอบคุณสังฆะแห่งนี้ที่ให้เกียรติเรามากล่าวคำไว้อาลัยอาจารย์ตุลในวันนี้ ตอนแรกรู้สึกเกร็งมาก เพราะเป็นเสมือนมิตรสหายห่างๆ ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรจริงจัง แต่เมื่อนึกถึงหน้าตุล ความผ่อนคลายก็เขัามาแทนที่
“ปัดโธ่ว อยากพูดอะไรก็พูดเลยเว้ยปลา เต็มที่” เขาน่าจะพูดทำนองนี้
มันยากอยู่เหมือนกันที่จะอธิบายอะไรให้เป็นระบบระเบียบ ดังนั้น เราอาจเริ่มต้นด้วยจินตภาพ
สำหรับเรา ตุลเหมือนการ์ตูนหมีสะพายเป้สีแดง เดินฮัมเพลงลัดเลาะไปเรื่อย หมีตุลเป็นนักผจญภัย ชอบสำรวจปริมณฑลต่างๆ ที่เขาสนใจ โดยเฉพาะความเชื่อความศรัทธา ด้วยจิตใจเปิดกว้างและเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้
การสำรวจของหมีตุลไม่ใช่เพียง การศึกษาผ่านตัวหนังสือ ใช้สมองและตรรกะเหตุผลเท่านั้น แต่ใช้ทั้งตัว ทั้งชีวิตจิตใจในการเข้าไปสัมผัสเรียนรู้
ตัวเรามีความเบิกบานใจเสมอ เมื่อได้เจอตุลแล้วตุลเล่าถึงสิ่งซึ่งเขากำลังสนใจในช่วงเวลานั้นๆ ให้ฟัง ปรัชญา ศาสนา พิธีกรรมต่างๆ แม้เราฟังแล้วจะแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ตาม
ความรู้ล้นทะลัก เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา จับได้เพียงโครงเรื่อง แต่กระนั้นก็ยังชอบเปิดโลกกับตุลเสมอ เวลาชั่วโมงสองชั่วโมงผ่านไปเหมือนแป๊บเดียว
จากโครงเรื่องต่างๆ ที่พอจับได้ หมีตุลเสมือนเป็นตัวเชื่อมต่อทางภูมิปัญญา-อารยธรรมของบรรพบุรุษหลากหลายสาย เหล่ามนุษย์ก่อนหน้าที่พยายามหาทางดีลกับตัวเอง ดีลกับโลก ดีลกับเพื่อนมนุษย์ ดีลกับชีวิต ดีลกับความตาย ดีลกับจักรวาลที่ตัวเองไม่รู้จัก ฯลฯ ด้วยวิธีการที่ต่างกันไป
connector ที่หมกมุ่นขนาดนี้หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยปัจจุบันที่เราพยายามตัดขาดจากทุกสิ่งที่เราไม่เข้าใจ
ขณะเดียวกัน ด้วยแบ็คกราวน์ของตัวเองที่ทำงานเกี่ยวพันกับประเด็นการเมืองสังคม ตุลมักแลกเปลี่ยนและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ต่างๆ แทบทุกครั้งเราเจอกัน แต่ลักษณะเฉพาะของตุลและสังฆะแห่งนี้ดูจะต่างออกไป
ท่ามกลางการตัดสิน ความรุนแรงทางความคิดและอารมณ์ ความเกลียดชังที่พลุ่งพล่าน บาดแผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสายสัมพันธ์ ที่นี่ดูจะมีพื้นที่ว่างที่กว้างขวางกว่าค่าเฉลี่ย มีการรับฟังที่พยายามทำความเข้าใจผู้อื่น
เราก็ไม่แน่ใจว่านี่เป็นคุณลักษณะตั้งต้นของ compassion ที่มีต่อตนเองและผู้อื่นในฐานะที่ต่างเป็นสรรพสัตว์ร่วมสังสารวัฏหรือไม่ แต่มันทำให้บทสนทนาสามารถดำเนินต่อไปได้เรื่อยๆ ผ่านกาละและเทศะต่างๆ แม้จะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ความสัมพันธ์ก็ยังคงอยู่ สิ่งนี้หาได้ไม่ง่ายนักในสภาพแวดล้อมของตัวเราเอง
หากชีวิตมนุษย์เปรียบเหมือนดอกไม้ป่า มีปัจจัยต่างๆ อันเฉพาะเจาะจง ตั้งตัวเมล็ดเอง และปัจจัยภายนอกนานัปการ อย่างแสงแดด ผืนดิน สถานที่และสิ่งแวดล้อมที่ถือกำเนิด กระทั่งอุบัติเหตุต่างๆ ในชีวิต ดอกไม้ป่าทุกดอกจึงไม่มีอะไรเหมือนกันเลย และต่างสวยงามในแบบของตัวเอง
เท่าที่สายตาคู่นี้สำรวจไปถึง ตุลเป็นดอกไม้ที่อาจเรียกได้ว่า โชคดีมาก เขาเติบโตในเนื้อดินของครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรัก ในสิ่งแวดล้อมที่ผลิตบุคลิกด๊องๆ สนุกสนาน มีสีสัน ได้รับแสงแดดที่พอดี จนกลายเป็นมนุษย์ที่เปิดกว้างต่อผู้อื่น ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดชีวิตของเขา
แน่ล่ะ ไม่ใช่ทุกคนจะได้เป็นดอกไม้ที่โชคดีแบบนั้น แต่ตุลก็ได้ทำหน้าที่ของดอกไม้โชคดีที่เบ่งบานให้เราได้เห็นศักยภาพทั้งหมดที่มันมี
แม้วันนี้ดอกไม้ดอกนั้นจะไม่อยู่ให้เราเห็นด้วยตา แต่สารัตถะของดอกไม้ดอกนั้นจะยังคงอยู่กับเราเสมอ ทุกครั้งเมื่อเรานึกถึงมัน
