“SOMA” ร่างกายคือประตูสู่จิตวิญญาณ “The Wisdom of the Body” กับ อุทัยวรรณ ทองเย็น 28 ก.พ. – 1 มี.ค. 69

“SOMA” 🌲
ร่างกายคือประตูสู่จิตวิญญาณ
“The Wisdom of the Body”
กับ อุทัยวรรณ ทองเย็น

28 ก.พ. – 1 มี.ค. 69
9.30-16.30 น.
ณ วัชรสิทธา

*สามารถมาร่วมกิจกรรมวันเดียวหรือสองวัน

ลงทะเบียนด้วยการโอนสนับสนุนการจัดกิจกรรมและตอบแทนวิทยากร 1,500-2,500 บาท

** คอร์สแนะนำสำหรับทุกคนที่สนใจการภาวนา

  • ผู้สนใจเรียนรู้การภาวนาผ่านร่างกาย ร่วมสำรวจ และสัมผัสประสบการณ์ของการเชื่อมต่อกับ #ปัญญาญาณของร่างกาย
  • สมาชิกสังฆะ กัลยาณมิตร หรือผู้ที่เคยฝึก somatic meditation มาแล้ว และอยากจะกลับมาทบทวน ร่วมสำรวจกันต่อในมุมมองใหม่ๆ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การฝึกปฏิบัติ

หมายเหตุ เรียนในพื้นที่จริง ไม่มีฟังย้อนหลัง

SOMA คือ “ร่างกาย” แต่จริงๆ แล้วร่างกายของเราคืออะไร? เป็นเพียงชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยผิวหนังเท่านั้นรึเปล่า? 

เรจินัลด์ เรย์ ผู้คิดค้นเทคนิคภาวนา Somatic meditation ซึ่งได้รับแรงบัลดาลใจมาจากการปฏิบัติในวัชรยาน กล่าวถึง SOMA หรือ “ร่างกาย” ว่าแท้จริงแล้วเป็นบางสิ่งที่ลึกและกินความหมายมากไปกว่าร่างกายเชิงกายภาพ แต่รวมไปถึงสัญชาตญาณ จิตใต้นึก จิตไร้สำนึก และกระบวนการทางกายอีกมากมายที่เป็นการทำงานของ “สมองซีกขวา” ที่เราไม่ได้สัมพันธ์ด้วย เนื่องจากวิถีชีวิตในโลกปัจจุบันที่คุ้นเคยกับการใช้ความคิดซึ่งเต็มไปด้วยข้อจำกัดและมีระบบการทำงานแบบ “บนลงล่าง” เพื่อควบคุมและทำความเข้าใจ โดยเหลือพื้นที่ของการรับฟัง “Unknown” ที่เป็นประสบการณ์ตรงที่อาจไม่กระจ่างชัด ไม่เคลียร์ทางความเข้าใจ แต่กลับเต็มไปด้วยปัญญาณที่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึก

คลาส SOMA นี้จะพาผู้เรียนไปสำรวจความหมายของร่างกายที่กว้างใหญ่กว่าที่รู้จักผ่านความคิด เพื่อค้นพบความรัก ปัญญาญาณ และประตูสู่โลกทางจิตวิญญาณ ตั้งแต่หัวจรดเท้ารวมถึงอวัยวะภายใน ร่างกายนี้มีความตระหนักรู้ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด มีทั้งความลึก และมิติที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงใต้ผิวหนัง ซึ่งเราสามารถฝึกฝนที่จะสัมพันธ์กับความตระหนักรู้นั้นได้ผ่านการผ่อนคลาย และสัมพันธ์ตรงๆ กับตัวเราเอง เพื่อปล่อยให้ “SOMA” ได้สื่อสารภาษาอันเฉพาะตัวออกมาแก่เรา 

การภาวนาด้วยเทคนิค Somatic Meditation เป็นพื้นที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตทางจิตวิญญาณ วิจักขณ์ พานิช เคยกล่าวว่า “ประสบการณ์ภาวนาใดๆ ที่ไม่สัมพันธ์กับร่างกาย ก็เป็นไปได้ว่าประสบการณ์นั้นมาจากความคิดของเรา” ซึ่งในการภาวนาเรากำลังเปิดพื้นที่เพื่อจะมีประสบการณ์ตรงกับร่างกายและโลก โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางความคิด และหนทางที่เราจะทำเช่นนั้นได้ก็คือการภาวนาที่ตั้งอยู่บนความรู้สึกทางกาย แล้วกระบวนการตามธรรมชาติก็จะค่อยๆ พาเราเข้าสู่กระบวนการ “ผ่อนพักตระหนักรู้” ที่จะนำพาเราไปสร้างความสัมพันธ์กับประสาทสัมผัส ประสบการณ์ในทุกอณูขุมขนของร่างกาย สัญชาตญาณ ความรู้สึก อารมณ์ ความคิด ฯลฯ เพื่อเรียนรู้พลังชีวิตด้านใน อันมีบาทฐานอยู่บนความตื่นรู้ทางกายอันสมบูรณ์ ประสบการณ์ที่ว่านี้ คือสิ่งที่เรียกว่า “การสัมผัสพลังแห่งความตื่นรู้ในกาย” – Awakening Body

———————–

  • Wisdom of the body ปัญญาญานของร่างกายคือการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงในร่างกาย The body is the realm of direct experience
  • ประสบการณ์ somatic : arise&fall, full of holes, lead to basic space with no reference point , ไร้ขอบ มีประสบการณ์ผ่านการฝึกสัมพันธ์กับ felt sense และการภาวนาด้วยเทคนิค body work
  • สภาวะของร่างกายคือ impulse ที่เราใช้ฝึกความตระหนักรู้จากประสบการณ์ในร่างกายที่เกิดโดยที่ไม่ไหลตาม ไม่ตามความคิดปรุงแต่ง อยู่โดยมีไมตรี ไม่ต่อต้านไม่ขัดขืน แต่ฝึกเปิดรับและศิโรราบ (สมถะภาวนา)
  • ร่างกายคือประตูสู่การหลุดพ้น gateway to realization ฝึกภาวนาโดยใช้ร่างกายเป็นฐานของการดำรงอยู่โดยไม่ต้องทำอะไร เพียงพักอยู่กับความตระหนักรู้กับประสบการณ์ตรงหน้าอย่างเต็มที่ (วิปัสสนาภาวนา)

Meditation for All!