พุทธภาวะ : ความดีงามพื้นฐานที่ฉายฉานในทุกการดำรงอยู่

บทความโดย วรวรรณ จุลละโพธิ
ภาพประกอบโดย Nakkusu

“การระลึกได้ถึงธรรมชาติของพุทธภาวะ เป็นหนทางที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจว่าลึกลงไปเราเป็นใคร  ถึงแม้ว่าจะไม่ตอบโจทย์เรื่องตัวตนส่วนบุคคล แต่กลับทำให้ความเชื่อที่ว่า ชีวิตนี้ช่างไร้ความหมายนั้นเป็นเรื่องไม่เจริง เพราะธรรมชาติอันจริงแท้ของทุกสรรพชีวิตช่างบริสุทธิ์ หมดจดและปราศจากเงื่อนไขใดๆ ชีวิตนี้ช่างเป็นสิ่งล้ำค่าและศักดิ์สิทธิ์ที่สุด โดยที่เราต่างเป็นพระพุทธเจ้ามาตั้งแต่เรายังอยู่ในท้องแม่แล้ว”  

อานัม ทุบเท็น รินโปเช

เมื่อเราเอ่ยถึงพุทธภาวะหรือ Buddha Nature เราเข้าสู่ดินแดนที่ไร้ถ้อยคำอธิบาย แต่คุณสมบัติหลักๆ ของพุทธภาวะ คือการไปพ้นขอบเขตของตัวตน กลับสู่ธรรมชาติเดิมแท้ของเราที่เป็นมิติที่ใหญ่กว่าตัวเรามากมายนัก การบรรลุพุทธภาวะ (Buddhahood) หมายถึง การเป็นธรรมชาติเดิมแท้นั้นโดยสมบูรณ์ ซึ่งคือความหมายที่ลึกซึ้งที่สุดของการเป็นพระพุทธเจ้านั่นเอง ในขณะที่พระพุทธเจ้ามีคำสอนเรื่อง การไม่มีตัวตน พุทธภาวะยืนยันว่า เราไม่ได้ไม่มีอะไรเลย แต่เป็นความเดิมแท้อันศักดิ์สิทธิ์ที่มีมาแล้วแต่กำเนิด เราเป็นการตระหนักรู้อันบริสุทธิ์ หรือการตระหนักรู้ที่อยู่ตรงใจกลางธรรมชาติของจิต การตระหนักรู้อันบริสุทธิ์เดิมแท้ ไร้ข้อจำกัดใดๆ

ในหนังสือ The Magic of Awareness อานัม ทุบเทน คุรุในสายธรรมนิงมา ได้อธิบายว่าจิตแห่งการหลุดพ้นมองเห็นความเป็นหนึ่งเดียวในพื้นของความศักดิ์สิทธิ์ มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างจากมุมมองฟ้ากว้าง แม้กระทั่งฝุ่นผงก็ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

มองกลับมาในยุคแห่งความเกลียดชังและการลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ สะท้อนให้เห็นในสงครามกลางเมืองระหว่างเชื้อชาติ การแบ่งแยกเขาแยกเรา แบ่งแยกดินแดน ต้องการที่จะเป็นใหญ่ในดินแดนของตน และไม่ยินยอมให้ผู้อื่นเห็นต่าง หรือได้ประโยชน์ร่วม ในยุคที่การเมือง สังคมและวัฒนธรรม เต็มไปด้วยการเลือกข้าง แบ่งข้าง ถ้าเราเข้าข้างฝ่ายที่ได้ประโยชน์ เราก็จะเป็นคนได้ประโยชน์ในสังคม หรือในบางช่วงของชีวิต เรามักจะรู้สึกอยู่เงียบๆว่าเราไม่ดีพอ ไม่ฉลาดพอ ไม่มีศักยภาพที่มากพอ หรือไม่มีคุณค่าเพียงพอ ความรู้สึกของความด้อยค่า ขาดตกบกพร่องนั้นช่างเป็นภาระหนักอึ้งกับหัวใจ เราเชื่อในเสียงในหัวเหล่านี้ที่คอยดึงรั้งเราไว้จากการใช้ชีวิตอย่างเต็มเปี่ยมและจริงแท้  เราหดเข้าไปอยู่ในรังดักแด้ที่เราจากมาอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งๆ ที่ปีกผีเสื้อของเราแผ่ขยายออกมาแล้ว เราก็ยังไม่ได้กางปีกออกเผยให้เห็นสีสัน ลวดลายอันสวยงามและศักยภาพของปีกที่บอบบางแต่ก็แข็งแรง เราต่างก็แสวงหาพื้นที่ที่เราจะสามารถเป็นอิสระที่ที่เรารู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง ในงานที่เราทำ และในสังคมที่เราอาศัยอยู่ แต่สิ่งต่างๆ ที่เราตามหาหรือได้มานั้น กลับไม่เคยเติมเต็มช่องว่างในหัวใจที่ปรารถนาอะไรบ้างอย่างอยู่ลึกๆ ที่การไขว่คว้าทางวัตถุหรือความสะดวกสบายทางโลกไม่สามารถให้เราได้

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพุทธภาวะในครั้งหนึ่งที่ ตุลกู อูร์เจ็น รินโปเช สอนภาวนาให้กับลูกชายของเขา เขาเห็นลูกชายของเขาไม่สามารถนั่งสมาธิได้ เพราะว่าได้ยินเสียงหมาเห่าตลอดเวลา เขาเลยกล่าวว่า

“ลูกเอ๋ย เจ้ารู้มั้ย,ว่าธรรมชาติเดิมแท้ของหมาที่กำลังเห่านี้เป็นธรรมชาติเดิมแท้เดียวกับพระพุทธเจ้าทั้งหลายนะ” เขาเอ๋ยพลางชี้ไปที่รูปปั้นพระพุทธเจ้าบนหิ้งพระ  “และเจ้าเองก็มีธรรมชาติเดิมแท้นี้ด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นเจ้า หมาพวกนี้ หรือ พระพุทธเจ้า ต่างก็มีพุทธภาวะทั้งนั้น มีเพียงข้อแตกต่างข้อเดียวของพระพุทธเจ้าที่ไม่เหมือนคนอื่น คือ พระพุทธเจ้าระลึกได้ถึงพุทธภาวะที่มีอยู่ แต่สิ่งมีชีวิตอื่นที่ทนทุกข์ในสังสารวัฏยังไม่สามารถระลึกได้”

เปรียบดั่งดอกบัวที่พ้นน้ำ เบิกบานบริสุทธิ์ สะอาดและน่ามองยิ่งนัก แต่ก็เติบโตมาจากโคลนตมใต้บ่อน้ำ เช่นเดียวกัน พุทธภาวะของเราก็พร้อมจะโผล่พ้นจากเครื่องกั้นขวางจิตที่เกิดจากการยึดติด ถือมั่นในตัวตน และกรรม หรือการกระทำลบๆ ในอดีตได้ พระอาทิตย์ก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้จะโดนก้อนเมฆบดบัง แต่พระอาทิตย์ก็ยังส่องสว่างอยู่ตรงนั้น พุทธภาวะของเราก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะโดนการยึดมั่นถือมั่นหรือกิเลสบดบัง แต่ก็ยังอยู่ตรงนั้นเสมอ ไม่ใช่แค่สิ่งที่เรามี แต่เป็นสิ่งที่เราเป็น

ในเมื่อพระพุทธเจ้าครั้งหนึ่งก็เคยเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง มีเลือดเนื้อ มีหัวใจ มีอารมณ์ความรู้สึก มีร่างกายเหมือนเรา ถ้าเพียงแค่เราปล่อยความไม่มั่นใจที่เกิดจากสังสารวัฎเหล่านั้นไป กลับไปสู่ความมั่นใจเดิมแท้ สิ่งที่เราเคยโหยหานั้น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราจะต้องไขว่คว้าให้ได้มา หรือต้องบรรลุผลสำเร็จใดๆ แต่ทว่าสิ่งนั้นมีอยู่แล้ว และค่อยๆ เผยออกมาให้เราได้เห็นศักยภาพที่ลึกซึ้งในสิ่งที่เราเป็นอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ไม่ได้มาจากการยืนยันจากภายนอก แต่เป็นการตื่นรู้ในตัวเอง ธรรมชาติเดิมแท้ที่เป็นเรา ส่องสว่าง ไร้เงื่อนไข และสมบูรณ์อยู่แล้ว อยู่ตรงนั้นเสมอ แม้ว่าจะถูกบดบังด้วยความลังเลสงสัยหรือเงื่อนไขต่างๆ ธรรมชาติของพุทธะนั้นก็ยังบริสุทธิ์และปราศจากมลทินใดๆ

สถาบันวัชรสิทธา ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ทดลองทางการศึกษา บนพื้นฐานของการภาวนา การใคร่ครวญด้วยใจ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างเป็นมนุษย์ระหว่างผู้เรียน