บทความโดย วิจักขณ์ พานิช
ภาพประกอบโดย Nakkusu
มหามุทรา (Mahamudra) เป็นคำสอนและแนวปฏิบัติระดับสูงในพุทธศาสนาวัชรยาน โดยเฉพาะในสายธรรมคากิว ที่สืบทอดผ่านคุรุคนสำคัญอย่าง ติโลปะ นาโรปะ มาร์ปะ และมิลาเรปะ. ตามแนวทางแบบลัมริม กว่าที่ผู้ปฏิบัติจะสามารถเข้าถึงประสบการณ์มหามุทราอย่างลึกซึ้ง จำเป็นต้องผ่านการปฏิบัติในระดับต้นและระดับกลางมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น สมถะ วิปัสสนา การฝึกโพธิจิต การฝึกเตรียมวัชรยานที่เรียกว่า เงินโดร การปฏิบัติยิดัม และเทคนิคโยคะด้านใน ผลลัพธ์ของทุกการปฏิบัติซึ่งเสมือนเป็นการชำระล้างปัดเป่าเครื่องกั้นขวางจิต จะไหลรวมสู่มหาสมุทรแห่งการรู้แจ้งในธรรมชาติของจิต ที่เรียกกันว่า มหามุทรา
คำว่า “มหามุทรา” แปลตามตัวว่า “ตราประทับอันยิ่งใหญ่” (The Great Seal) ซึ่งหมายถึงความจริงสูงสุดแห่งธรรมทั้งปวง ความจริงที่ประทับอยู่บนทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นธรรมชาติเดิมแท้ที่ไม่แยกขาดจากสิ่งใด
มหามุทราไม่ใช่หลักธรรม หลักปรัชญา หรือเทคนิคทำสมาธิ แต่เป็นการรู้แจ้งในธรรมชาติของจิตโดยตรง ทุกอย่างคือจิต เมื่อรู้แจ้งในธรรมชาติแห่งจิต ก็เข้าถึงธรรมทั้งปวง นั่นคือมหามุทรา
มหามุทราไม่อาจถูกอธิบายเป็นถ้อยคำได้ กระนั้นอาจพอกล่าวได้ว่า มีคุณลักษณะสำคัญได้แก่
– ว่าง (สุญญตา)
– ตื่นรู้ (ความแจ่มกระจ่าง สว่าง)
– ไม่ถูกปรุงแต่ง
– เป็นอิสระโดยธรรมชาติ
การเข้าถึงมหามุทรา คือ การเห็นแจ้งว่าจิตนี้เอง ชั่วขณะนี้เองคือ ธรรมกาย และ เราคือพุทธะโดยเนื้อแท้
ในการปฏิบัติภาวนา มหามุทราแบ่งออกเป็น มหามุทราสมถะ และ มหามุทราวิปัสสนา ส่วนแรก มหามุทราสมถะ เป็นการทำให้จิตตั้งมั่น สงบนิ่ง แจ่มชัด และมหามุทราวิปัสสนา เป็นการพิจารณาจิตโดยตรง
เช่น จิตมีรูปร่างไหม?
จิตอยู่ที่ไหน?
ความคิดเกิดมาจากไหน ตั้งอยู่ตรงไหน หายไปไหน?
มาถึงตรงนี้อาจมีคำถามว่า แล้วมันต่างจากสมถะ-วิปัสสนา ที่เราเคยฝึกกันมาก่อนในขั้นหินยานตรงไหน?
ในหินยาน เป้าหมายคือการถอดถอนจากการยึดมั่นว่าเป็นตัวตน อันเป็นเหตุแห่งทุกข์ สมถะเป็นการฝึกให้จิตนิ่งโดยใช้วัตถุกำหนด เช่น ลมหายใจ หรือ ร่างกาย เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาปัญญาในขั้นวิปัสสนา โดยวิปัสสนาเป็นการพิจารณาสภาวะธรรมตามความเป็นจริง เพื่อเห็นไตรลักษณ์ เห็นว่าสิ่งที่เราไปยึดว่าเป็นตัวตนนั้น แท้จริงแล้ว ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่มีตัวตน การเห็นแจ้งนั้นทำให้คลายจากอวิชชา และคลายจากการยึดมั่น กระนั้นในขั้นหินยานยังมี subject-object , ความเป็นผู้ดู – สิ่งที่ถูกดู , สังสารวัฏ – นิพพาน ที่ค่อนข้างชัด
ทว่ามหามุทรา คือการดำรงอยู่ในธรรมชาติของจิตเอง เป็นลักษณะของการ “พักจิต” ในการตระหนักรู้ที่เปิดกว้าง ไม่ได้เพ่งไปที่อารมณ์หรือสภาวะต่างๆ แต่อนุญาต หรือปล่อยให้มันเป็นไป เป็นความสงบนิ่งท่ามกลางความโกลาหล อาจกล่าวได้ว่า มหามุทรา สัมพันธ์กับ “จิตไม่มีเงื่อนไข” (unconditioned mind)
ส่วนมหามุทราวิปัสสนา ไม่ใช่การพิจารณาสภาวะธรรมเป็นเรื่องๆ ไป แต่คือการใช้จิต “หันกลับไปมองธรรมชาติของจิตเอง” โดยตรง จนเห็นว่าทั้งผู้ดูและสิ่งที่ถูกดูว่างจากตัวตนตั้งแต่แรก การเห็นจิตเองทำให้เห็นธรรมชาติที่ปลดปล่อยตัวเองของปรากฏการณ์ทั้งปวง อย่างไม่แยกขาดจากธรรมชาติอันตื่นรู้ไร้เงื่อนไขของจิตนั้น
การพัก หรือวางใจในธรรมชาตินั้น นำไปสู่การรู้แจ้งธรรมชาติแห่งสังสารวัฏที่ไม่แยกขาดจากนิพพาน และนั่นเองคือมหามุทรา
